|
|

|
|
|
|
เรื่องราวต่อไปนี้
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการมีรายได้
สำหรับลูกจ้างและคนทำธุรกิจส่วนตัว
ที่ต้องการก้าวไปเป็นเจ้าของกิจการหรือนักลงทุน
และสำหรับทุกคนที่ต้องการมากกว่า
"ความมั่นคงของงาน"
นั่นคือ
"ความมั่นคงทางการเงิน"
นี่ไม่ใช่เส้นทางที่ปูลาดด้วยกลีบกุหลาบ
แต่มั่นใจได้ว่าจุดหมายปลายทางนั้น
คุ้มค่าแก่ความพยายามยิ่งนัก
เพราะสุดทางเส้นนี้คือ
"อิสรภาพทางการเงิน"
"เรากำลังลากถังน้ำหรือสร้างท่อน้ำ"
"เรากำลังทำงานอย่างหนักหรืออย่างฉลาด"
หวังว่าคุณคงได้คำตอบจากนิทานเรื่องนี้แล้ว
จำไว้ว่าคำตอบนี้สามารถช่วยให้คุณเปลี่ยนแปลง
และนำชีวิตของคุณไปสู่การมีอิสรภาพทางการเงินได้จริง
ๆ
ขอเพียงแต่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตและแนวคิดของตนเอง
เนื้อหาจากนิทานเรื่องนี้เหมาะอย่างยิ่ง
สำหรับผู้ที่กำลังเบื่อกับการ
"ลากถัง" และพร้อมที่จะ
"สร้างท่อ"
เพื่อส่งเงินเข้ากระเป๋า
ไม่ใช่ออกจากกระเป๋า
และนั่นก็คือเนื้อหาอีกด้านหนึ่งของเรื่องราวในบริบทเดียวกันของ
พลังของผู้ซื้อกึ่งผู้ขาย
ซึ่งเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของกิจการ
และการมีรายได้ที่มั่นคงกว่าการเป็นลูกจ้างและคนทำธุรกิจส่วนตัว
โดยการเข้ามาเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ |
--------------------------------------------------------------------------------- |
|

|

มีหลาายครั้งที่ฉันเหนื่อยเหลือเกิน..กับการวิ่งไล่ล่า
หาความสำเร็จ
ซึ่งในแต่ล่ะครั้งก็จะมีคำตอบไม่เหมือนกัน
และมีหลายที่ "ผิดหวัง" "ทดท้อ"
แต่ก็มีอีกหลายครั้งที่ได้พบ กับคำว่า
"ความสมหวัง " และเผชิญหน้ากับ คำว่า
"ความสำเร็จ"
ซึ่งกว่าจะได้มานั่นบ้างครั้งต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาและบ่อยครั้งที่เฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอว่า
"ความฝันในวัยเด็กฉันหายไปไหน"
ใครกันนะที่ขโมยความฝันของฉันไป
คุณเคยถามตัวเองมั้ยว่า...ทำงานมากี่ปี?
คุณเคยถามตัวเองมั้ยว่า...มีเงินเก็บเท่าไหร่?
คุณเคยถามตัวเองมั้ยว่า.. 5-10
ปีที่ผ่านมาชีวิตคุณเปลี่ยนไปหรือไม่?
คุณเคยถามตัวเองมั้ยว่า..เคยถามตัวเองมั้ยว่าเมื่อไหร่ฝันของคุณจะเป็นจริง?
หากวันนี้..เราทำงานเดิม ๆ ใช้ชีวิตเดิม ๆ
เราไม่ได้รวยขึ้น หรือมีชีวิตดีขึ้น
ต่อให้เราทำอีก 5ปี หรือ 10 ปี
ชีวิตคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากมาย
ฉันทำอะไรผิดหรือ?
คนบางคน...ทำงานวันเดียว มีรายได้หลักหมื่น
แต่เรา...ทำเป็นเดือน
คนบางคน..ทำงานเดือนเดียว มีรายได้เดือนละล้าน
แต่เรา..ทำเป็นสิบปี
คนบางคน..ทำงานปีเดียวมีรายได้นับสิบล้าน
แต่เรา..คงต้องทำทั้งชาติ
คุณเคยถามตัวเองมั้ยว่า....อาชีพอะไรจะทำให้ฝันของคุณจะเป็นจริง?
คุณเคยถามตัวเองมั้ยว่า....อาชีพอะไรจะทำให้คุณมีรายได้ไม่จำกัด?
คุณเคยถามตัวเองมั้ยว่า....อาชีพอะไรจะทำให้คุณมีรายได้ตลอดชีวิต?
คุณเคยถามตัวเองมั้ยว่า....อาชีพอะไรจะทำให้เหนื่อยชั่วคราว
แต่..สบายชั่วโคตร? |
--------------------------------------------------------------------------------- |
|
โอกาสการเปลี่ยนแปลงชีวิตสู่การมีอิสรภาพทางการเงินและเวลา
หนังสือชุดพ่อรวยสอนลูก เล่มที่ 2
“Cashflow Quadrant” หรือ
“เงินสี่ด้าน” ของ Robert T. Kiyosaki
ได้กล่าวไว้ว่า คนในโลกแบ่งตามที่มา
ของรายได้ที่เขาได้รับออกเป็น 4
ด้านคือ
|
ด้านที่ 1: ลูกจ้าง (Employee)
คือผู้ที่มีรายได้จากค่าจ้าง,เงินเดือนประจำ
ด้านที่ 2 :
ธุรกิจส่วนตัว (Self –employed)
เจ้าของกิจการขนาดเล็ก (
Small Business owner )
คือผู้ที่มีรายได้จากกิจการของตนเองโดยเจ้าของกิจการจะต้องเป็นผู้ลงมือทำหรือดูแลด้วยตนเอง
ด้านที่ 3 :
เจ้าของกิจการขนาดใหญ่ (Business
owner)
คือผู้ที่มีรายได้จากทรัพย์สินของตน,
โดยใช้เวลาและแรงงานของผู้อื่นสร้างรายได้ให้กับตน
ด้านที่ 4 : นักลงทุน (Investor)
คือผู้ที่ใช้เงินทำงานแทนตนเองเพื่อสร้างผลตอบแทนหรือรายได้นโดยไม่ต้องทำเอง |
|
 |
|
|
“เดินทางร้อยลี้ต้องมีก้าวแรก”
หากคุณต้องการเริ่มต้นสร้างความสำเร็จให้กับชีวิต
ด้วยเส้นทางที่สามารถสร้างความฝันของคุณให้เป็นจริงได้
ภายในระยะเวลาที่ไม่ยาวนานเกินไป
ธุรกิจเครือข่ายจะเป็นเส้นทางที่ดีที่สุดเส้นทางหนึ่ง
ที่พร้อมจะเปิดโอกาสให้กับผู้ที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงเสมอ
หลังจากนี้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณ
เมื่อคุณได้มีโอกาสอ่านเอกสารฉบับนี้แล้ว
และต้องการจะใช้โอกาสที่ดีนี้เพื่อสร้างอิสรภาพทางการเงินและเวลาให้กับตัวคุณเองและคนที่คุณรัก
ผู้ที่แนะนำคุณให้อ่านเอกสารฉบับนี้พร้อมเสมอที่จะช่วยคุณสร้างความฝันให้เป็นจริง
เพียงคุณมีความเชื่อมั่นและเดินตามความเชื่อในหัวใจของคุณ
ทุกสิ่งที่คุณปารถนาย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน
|
  |
|
 |
|
"คุณจะฉวยโอกาสจากการเปลี่ยนแปลง...หรือคุณจะปล่อยให้การเปลี่ยนแปลงฉวยโอกาสไปจากคุณ" |
คุณโรเบิร์ต
ผู้เขียนหนังสือพ่อรวยสอนลูก กล่าวว่า
การศึกษาเรียนรู้มี 3 แบบคือ 1.
การเรียนรู้ทางวิชาการ 2.
การเรียนรู้ทางวิชาชีพ 3
.การเรียนรู้ทางด้านการเงิน
การเรียนรู้ทางวิชาการและวิชาชีพ
ไม่ได้สร้างความร่ำรวยให้กับเรา
แต่สามารถให้เรามีงานทำ
ทำงานเพื่อเจ้าของกิจการ
การเรียนรู้ทางด้านการเงิน
สามารถให้เราสร้างความร่ำรวยได้
ทัศนคติที่แตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจน
คนจน มักคิดว่า ฉันคงทำไม่ได้หรอก
คนรวย จะคิดว่า ฉันจะทำมันได้อย่างไร
คนจนมองการลงทุนเป็นความเสี่ยง
และยึดกับการมีรายได้ประจำว่ามั่นคง
คนรวยมองหาวิธีการควบคุมความเสี่ยง
และคิดว่าการมีรายได้ประจำไม่มั่นคง
เพราะเงินเดือนของเราถูกควบคุมโดยนายจ้าง
หรือหัวหน้างาน ไม่ใช่ ตัวเราเอง
ธุรกิจหนึ่งที่คุณโรเบิร์ตแนะนำสำหรับคนที่มีทัศนคติแบบคนรวย
แต่อาจมีเงินทุนน้อย คือ ลงทุนเวลา +
กับความตั้งใจจริง
ในธุรกิจเครือข่าย
ซึ่งเราเองรู้สึกดีมาก
และคิดว่าตนเองตัดสินใจถูกที่เลือกที่จะลงทุนกับธุรกิจเครือข่ายที่ใช้ระบบการทำงานจากที่บ้านเป็นแรงขับเคลื่อน
ทำให้ธุรกิจเครือข่าย บน
เครือข่ายอินเตอร์เน็ต
ทำได้และมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จอย่างสูง
ถ้าต้องการที่จะเปลี่ยน
ต้องเริ่มเปลี่ยน ถ้ากลัวที่จะผิดพลาด
คุณจะไม่ได้ทำอะไรเลย
ในโลกของธุรกิจคุณจะต้องเกิดข้อผิดพลาด
เรียนรู้ประสบการณ์จากข้อผิดพลาด
เหมือนเด็กที่หัดเดิน ล้มแล้วลุก
แล้วเดินต่อ ไม่ว่าจะล้มสักกี่ครั้ง
ก็จะลุกและเดินต่อ
จนสามารถวิ่งได้ในที่สุด ทุก ๆ
คนเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่าน
--------------------------------------------------------------------------------- |
|

ในวันนี้..อาจกล่าวได้ว่า
ไม่มีใครที่ไม่รู้จักธุรกิจเครือข่าย(MLM)
แต่จะมีสักกี่คนที่ตระหนักถึงความสำคัญของธุรกิจนี้ต่อสังคมและเศรษฐกิจของไทยในอนาคต
นับวัน คำว่าธุรกิจเครือข่าย
ได้เข้ามามีบทบาทต่อรายรับ -
รายจ่ายของทุกครัวเรือนในสังคมไทย
ตั้งแต่ชนชั้นรากหญ้าจนถึงผู้มีอันจะกิน
ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างพากันหลั่งไหลเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายสูงขึ้นเรื่อยๆเพราะด้วยมุมมองในการประกอบอาชีพของคนไทยเปลี่ยนไป
คือ อยากที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจ
หรือแม้กระทั่งเจ้าของธุรกิจเอง(ขนาดกลางและย่อมSMEs)จำนวนไม่น้อยที่เข้าร่วมในโอกาสทางธุรกิจนี้
|
|
 |
เหตุผลประการสำคัญที่ทำให้บุคคลเหล่านี้ก้าวเข้าไม่ใช่แค่ตัวเงิน
แต่มันคือตัวระบบระบบที่สามารถสร้างรายได้แบบไร้ขีดจำกัด
และสามารถทำงานแทนเราได้
แม้ในขณะที่เราไม่ได้ทำงาน
ซึ่งเกิดจากการขยายงานของเครือข่ายใต้สายงานแต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น
แม้แผนธุรกิจจะดีเลิศแค่ไหนก็ตาม
เราก็ยังต้องทำงานแบบถวายชีวิตเพื่อความสำเร็จ
คำว่าอิสระทางการเงิน และเวลา
มันก็คงเป็นเพียงความฝันลมๆแล้งๆ
เพราะระบบที่สามารถทำงานแทนเราได้ 100% นั้น
มันยังไม่เคยเกิดขึ้นจริง...แต่ ณ
บัดนี้มันได้เกิดขึ้นแล้วคำตอบนี้อยู่ในบทความคลื่นลูกที่สาม
คลื่นลูกที่ 1 แนวคิดหลัก
“สร้างเครือข่ายผู้บริโภค”
ธุรกิจเครือข่ายมีวิวัฒนาการมาจากธุรกิจขายตรง
ดังนั้นในยุคแรกเริ่ม แผนธุรกิจเครือข่าย
จึงยึดรูปแบบของการขายตรงโดยเน้นที่งานขายสินค้าสู่ผู้บริโภคเป็นหลัก
เมื่อมีนโยบายมุ่งไปที่การขาย
นักธุรกิจในกลุ่มนี้จึงต้องจดจำรายละเอียดสินค้าให้มาก
เพื่อนำเสนอสินค้าแก่ผู้บริโภค
ครั้นต่อมามีการพัฒนาวิธีการทำงานที่ดีขึ้น
ด้วยการส่งเสริมการขายด้วยนโยบายการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค
มีระบบสมาชิกเพิ่มขึ้นมา
สมาชิกธุรกิจสามารถเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้ผลประโยชน์ทั้งสองทาง
กลายเป็นธุรกิจเครือข่ายที่มีผลดีต่อเศรษฐกิจระดับครัวเรือน
ซึ่งหลักการทั้งหมดนี้ทำให้เกิดเครือข่ายผู้บริโภคขึ้นมากมายทุกอย่างในธุรกิจเครือข่ายแบบคลื่นลูกที่หนึ่งนี้
ดีหมดทุกประการแต่เสียอยู่อย่างเดียว คือ
มันทำได้ยาก เพราะต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก
ทั้งขาย ทั้งประชุม และกิจกรรมอื่นๆอีกมาก
และยังมุ่งอยู่กับการใช้แรงงานคนเป็นหลักแต่เป็นเรื่องที่แปลก
ที่คนขายเก่งที่สุด
กลับไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ เพราะ
คนที่มีรายได้ 6-7 หลักในธุรกิจนี้
เน้นสร้างนักธุรกิจเครือข่ายมากกว่าสร้างเครือข่ายผู้บริโภค
ซึ่งจุดนี้เองก่อให้เกิดกระแสของคลื่นลูกที่สอง
คลื่นลูกที่ 2 แนวคิดหลัก “
เครือข่ายของนักธุรกิจเครือข่าย ”
ธุรกิจเครือข่ายในคลื่นลูกที่ 2
นี้มีวิวัฒนาการมาจากคลื่นลูกเก่า
ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
เทคโนโลยีก็มาเข้ามีบทบาทสำคัญต่อการทำงานในธุรกิจ
ระบบINTERNETได้เข้าเสริมการขยายงานขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
ทั้งระบบและคนร่วมกันทำงาน ในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง
แต่ก็ยังไม่สามารถทำงานแทนกันได้สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์คนยังคงเป็นปัจจัยหลักของการทำธุรกิจเครือข่าย
ซึ่งหมายความว่า
นักธุรกิจก็ยังคงต้องทำกิจกรรมต่างๆเหมือนเดิม
เช่น การประชุมนอกสถานที่ การนัดคุยที่ร้านกาแฟ
แต่มีภาระในการดำเนินงานลดลงกว่าเดิมแผนการตลาดในยุคนี้
ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น
และขั้นตอนในการสำเร็จที่ง่ายกว่า
จึงทำให้ธุรกิจเครือข่ายรุ่นแรกๆต้องพยายามปรับตัวแข่งขันให้ทัน
แต่ก็ยังมีข้อจำกัดของแผนธุรกิจเดิม(ที่เริ่มต้นใช้
มานับสิบปี)
และการแก้แผนก็เป็นสิ่งที่ทำได้ลำบากแม้ธุรกิจเครือข่ายจะพัฒนามาถึงระดับที่มีความสะดวก
ความรวดเร็ว และมีแผนธุรกิจที่ง่ายต่อความสำเร็จ
แต่การสร้างนักธุรกิจเครือข่าย ขึ้นมาสักหนึ่งคน
มันก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยากแสนยาก
และหากว่าใต้สายงานของคุณไม่มีบุคคลเช่นนี้
ธุรกิจเครือข่ายที่คุณสร้างมา
มันอาจจะเฉาลงในที่สุด
ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้นักธุรกิจเครือข่ายหลายท่านจึงวางมือไม่ได้เลยและแล้วในที่สุด
ก็มีคนคิดค้นระบบธุรกิจที่สมบูรณ์แบบขึ้น
เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคดังที่กล่าวมา โดยใช้ระบบINTERNETทำงานแทนคน100%
ซึ่งนวัตกรรมนี้
เป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์คลื่นลูกที่ 3
ในธุรกิจเครือข่าย
คลื่นลูกที่ 3 แนวคิดหลัก “ นักธุรกิจเครือข่าย
ที่มีระบบอัจฉริยะ ”
ธุรกิจเครือข่ายพันธุ์ใหม่ บนโลกไซเบอร์
ที่นักธุรกิจเครือข่ายสามารถทำงานเครือข่ายทุกขั้นตอน
ได้บน INTERNET อย่างสบายๆ
โดยไม่ต้องก้าวเท้าออกนอกบ้าน ไปหาผู้มุ่งหวัง
นำสินค้าไปขาย
หรือแม้กระทั่งการนัดประชุมตามโรงแรม
วิถีทางธุรกิจทั้งหมดนี้จะเหลือเพียงแค่ยกหูโทรศัพท์
และชักชวนผู้มุ่งหวังให้ศึกษาข้อมูลทางธุรกิจจากเว็บไซด์ส่วนตัวของท่าน
ซึ่งทุกท่านจะได้รับจากบริษัททันทีที่เมื่อสมัครเป็นสมาชิกรูปแบบของธุรกิจเครือข่ายในแบบฉบับคลื่นลูกที่สามนี้
เหมาะสำหรับท่านที่ค่อยไม่มีเวลา ไม่ชอบไปประชุม
ไม่ชอบพูดคุยนานๆ(ก็ต้องมีบ้าง)
และที่สำคัญลงทุนไม่สูงนัก
เมื่อเปรียบเทียบกับฐานรายได้ของคนไทย ณ
ปัจจุบันเหตุผลที่ทำให้ธุรกิจเครือข่ายแบบคลื่นลูกที่สาม
ใช้เงินลงทุนต่ำ เพราะ ทุกอย่างทำบน INTERNET
จึงประหยัดค่าใช้จ่ายได้มหาศาล
|
ธุรกิจในฝันของคุณควรมีหลักเกณฑ์ 5
ประการดังนี้
-
มีรายได้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ
(คุณลงทุนเพียงครั้งเดียว
แต่มีรายได้ครั้งแล้วครั้งเล่าต่อเนื่อง)
-
ไม่มีความเสี่ยง
เก็บเกี่ยวได้ตลอดชีวิต
-
มีตลาดรอบโลก
ไม่จำกัดขอบเขตของการทำตลาด
-
ให้เป็นมรดกให้กับทายาทได้
และขายได้
-
ลงทุนน้อยและบำรุงรักษาน้อย
|
 |
ธุรกิจในฝันขนานแท้ต้องมีครบทั้ง 5 ข้อนี้
หากมีเพียง 4 ใน 5 ประการถือว่ายังไม่ดีพอ
เพราะในที่สุดแล้วมันก็จะกลายเป็นธุรกิจแบบเดิม ๆ
ที่มีลักษณะบางประการของธุรกิจในฝันเท่านั้น
ในปัจจุบันเป็นที่แน่ชัดว่า
"ธุรกิจเครือข่าย+อีคอมเมิร์ซ"
เป็นกุญแจสำคัญของการได้มาซึ่งธุรกิจในฝันอย่างแท้จริง
--------------------------------------------------------------------------------- |